วิธีเรียนระหว่างทำงาน

วิธีเรียนระหว่างทำงาน หากคุณตัดสินใจที่จะดำเนินการศึกษาของคุณในขณะที่มีงานเต็มเวลาแล้วที่คุณได้ตั้งตัวเองขึ้นสำหรับอนาคตที่สดใส การตัดสินใจนั้นอาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่ากลัว แต่คุณจะไม่ต้องกังวลว่าจะนอนไม่หลับทุกวันในขณะที่คุณเล่นกลกับการเรียนและหน้าที่การงาน เจ็ดวิธีที่จะช่วยให้คุณเรียนในขณะที่ทำงานเต็มเวลา

การเรียนอาจเป็นงานที่ยากหากคุณทำงานระหว่างแปดถึงสิบชั่วโมงทุกวัน ชั่วโมงเหล่านั้นจะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อคุณถึงกำหนดเวลาและหรือมีการประชุมกับลูกค้านอกสำนักงาน การมีนาฬิกาจัดการเวลาไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณมีสมาธิกับงานที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนเท่านั้น

แต่ยังเพิ่มทักษะการจัดการเวลาของคุณด้วย กำหนดจำนวนชั่วโมงที่คุณสามารถเรียนในแต่ละวันให้ชัดเจนและทำตามตารางนั้นอย่างขยันขันแข็งสำหรับทั้งสัปดาห์ทำงาน นอกจากนี้ หากคุณหยุดงานหนึ่งหรือสองวัน ให้กำหนดตารางเรียนสำหรับวันนี้ด้วย การบริหารเวลาที่ดีนั้นไปได้ไกล  

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

วิธีเรียนระหว่างทำงาน เริ่มต้นจากการจัดทำตารางเวลาโดยละเอียด

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

วิธีเรียนระหว่างทำงาน

การสร้างตารางเรียนไม่เพียงพอเมื่อต้องสร้างสมดุลระหว่างงานเต็มเวลากับความรับผิดชอบในโรงเรียน จำไว้ว่าคุณกำลังใช้ชีวิตนอกการเรียนและงานของคุณ ดังนั้นจึงควรสร้างสมดุลของทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าชีวิตส่วนตัวของคุณจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก 

เพื่อสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน-เรียน-ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ การสร้างตารางเวลาโดยละเอียดเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณ กำหนดตารางเวลาทั้งหมดของคุณสำหรับสัปดาห์โดยระบุแต่ละกิจกรรมพร้อมกับกรอบเวลาที่สอดคล้องกัน 

หากคุณกำลังพบปะครอบครัวและเพื่อนฝูงเป็นประจำ ให้กำหนดเวลาล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์อย่างกะทันหันให้มากที่สุด การปฏิบัติตามตารางเวลาที่เข้มงวดอาจไม่เหมาะกับสมาชิกในครอบครัวบางคน แต่คุณสามารถชดเชยเวลาที่เสียไปในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือในช่วงพักยาวได้ 

พัฒนากิจวัตรการเรียน เนื่องจากคุณจะไม่ใช้เวลาทั้งวันไปกับการเรียน การพัฒนากิจวัตรการเรียนที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น เคลียร์โต๊ะทำงานของคุณในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับสื่อการเรียนของคุณ รวมถึงเอกสารการทำงาน

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแม้แต่ถังขยะ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น แท็บเล็ตหรือแล็ปท็อปในขณะเรียน ให้เก็บไว้ให้ห่างเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนที่ไม่จำเป็น ในทางตรงกันข้าม ให้นำวัสดุที่คุณต้องการจริงๆ เช่น ปากกาและกระดาษ

พิจารณาตัวเลือกการทำงานและการศึกษา หากคุณเป็นหนึ่งในนักเรียนมัธยมหรือนักศึกษาที่ทำงานเต็มเวลา ให้พิจารณาตัวเลือกการทำงานและการศึกษาในพื้นที่หรือเมืองของคุณ เปอร์เซ็นต์การทำงานของนักศึกษาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

นิสัยลับของคนรวยและประสบความสำเร็จทุกคน

นิสัยลับของคนรวยและประสบความสำเร็จทุกคน นิสัยของเราเป็นตัวกำหนดว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร นี่คือสิ่งที่กระตุ้นให้ฉันพิจารณาประสบควาสำเร็จมากที่สุดที่เราเห็นในปัจจุบันอย่างละเอียดถี่ถ้วน

เพื่อดูว่าพวกเขามีลักษณะหรือนิสัยที่เหมือนกันหรือไม่ เบื้องหลังสิ่งที่คนรวยและประสบความสำเร็จทุกคนทำเป็นประจำซึ่งมีความรับผิดชอบต่อความสำเร็จของพวกเขา

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

นิสัยลับของคนรวยและประสบความสำเร็จทุกคน พวกเขาสร้างและเล่นตามกฎของตัวเอง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

นิสัยลับของคนรวยและประสบความสำเร็จทุกคน

สังคมบอกให้เราไปโรงเรียน ได้เกรดดีๆ หางานทำจนถึงอายุ 65 ปี คนทั่วไปพยายามที่จะเชื่อฟังกฎนี้และทำในสิ่งที่สังคมสั่ง คนที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ที่เรามีทุกวันนี้ไม่ปฏิบัติตามกฎนั้น เลือกที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎเหล่านี้ 

ทุกวันนี้ ความสามารถในการสร้างกฎเกณฑ์ของตัวเองส่วนใหญ่รับผิดชอบต่อความมั่งคั่งและความสำเร็จของพวกเขา ตัวอย่างเช่น Steve Jobs มีมูลค่าประมาณ 11 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาที่เขาเสียชีวิต

เช่นเดียวกับส่วนต่าง ๆ เล่นตามกฎของตัวเองอย่างเท่าเทียมกัน เขาเริ่มทำตามกฎความสำเร็จของสังคมในการไปโรงเรียนในขั้นต้น เขาเริ่มต้นจากการเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเท็กซัส

แต่ไม่สามารถเรียนต่อได้ ที่นั่นในหอพักของเขา เขาเริ่มสิ่งที่ต่อมากลายเป็นคอมพิวเตอร์ Dell ที่มีชื่อเสียง และคุณเดาถูกแล้ว เขาประสบความสำเร็จอย่างมาก และเป็นมหาเศรษฐีที่เท่าเทียมกัน ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านเหรียญ

  • พวกเขาทำงานหนักกว่าที่คิด

ถ้าคุณรักบาสเก็ตบอล มีโอกาสที่คุณจะรู้จัก Kobe Bryant เขาเป็นแบบอย่างของคนรวยและประสบความสำเร็จ มันง่ายที่จะชื่นชมเขาเพราะเขาใช้เงินนับล้านของเขาอย่างไร แต่ก็ยังมีอะไรอีกมากที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ชื่อเสียง และความมั่งคั่งของเขา

โกเบเป็นที่รู้จักว่ามีจรรยาบรรณในการทำงานที่เหลือเชื่อ ความมั่งคั่งของเขาเป็นผลมาจากความสำเร็จของเขาในศาล แต่เบื้องหลังความสำเร็จที่น่าทึ่งนั้นก็คือวัฒนธรรมการฝึกฝนที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

  • พวกเขารักษาเวลา

คนรวยและประสบความสำเร็จปกป้องเวลาของพวกเขาราวกับว่าชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับมัน พวกเขาเข้าใจดีว่าปฏิกิริยาต่อเวลามีความสำคัญมากในการกำหนดอนาคตทางการเงินของพวกเขาว่าจะเป็นอย่างไร ดังนั้นพวกเขาจึงรักษามันไว้ด้วยความอิจฉา พวกเขาใส่ใจเวลาอยู่เสมอและแทบไม่เคยปล่อยให้ใครมาเสียเวลา

  • การสร้างเครือข่ายรอบคอบ

การสร้างเครือข่ายมีความสำคัญพอๆ กับการทำงานหนักในการพิจารณาว่าเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตเพียงใด ตัวอย่างเช่น การขึ้นสู่ชื่อเสียงของจัสติน บีเบอร์จะไม่มีทางเป็นไปได้เลยหากไม่มีอัชเชอร์

คนรวยและประสบความสำเร็จเข้าใจว่าเครือข่ายมีความสำคัญต่อความมั่งคั่งและความสำเร็จของพวกเขาอย่างไร ดังนั้นพวกเขาจึงใส่ใจกับทุกฝ่ายและหน้าที่ทางสังคมเหล่านี้อย่างมีสติ ขยายเครือข่ายโดยอ้อม

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

มหาลัยที่มีค่าเทอมแพงที่สุดในต่างประเทศ

มหาลัยที่มีค่าเทอมแพงที่สุดในต่างประเทศ เมื่อพูดถึงการศึกษา เช่นเดียวกับทุกแง่มุมที่สำคัญของชีวิต การมอบคุณภาพและบริการมาพร้อมกับป้ายราคา! ในทางกลับกัน คุณจะถูกรวมหัวกับสิ่งที่ใหญ่กว่าและดีกว่า ปล่อยให้คุณได้รับประโยชน์ไปตลอดชีวิต 

คุณจะแปลกใจที่รู้ว่าแม้ว่าโรงเรียนที่มีค่าเล่าเรียนสูงสุดจะไม่คำนึงถึงฮาร์วาร์ดหรือเยลหรืออ็อกซ์ฟอร์ด แต่พวกเขาก็ได้รับการยอมรับในความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเช่นเดียวกัน เรานำรายชื่อมหาวิทยาลัยที่แพงที่สุดในโลกมาให้คุณ 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

มหาลัยที่มีค่าเทอมแพงที่สุดในต่างประเทศ มีลักษณะอย่างไรกันบ้าง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

มหาลัยที่มีค่าเทอมแพงที่สุดในต่างประเทศ

วิทยาลัย Sarah Lawrence ศิลปศาสตร์เอกชน Westchester County ในนิวยอร์ก William van ได้รับการรับรองให้ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2469 มีการระบุถึงจริยธรรมทางวิชาการระดับสูงซึ่งแสดงโดยโมดูลการศึกษาที่ได้รับการดัดแปลงอย่างสูง มีเศษส่วนนักเรียนต่อคณาจารย์ต่ำ

วิทยาลัยฮาร์วีย์มัดด์ วิทยาลัยศิลปศาสตร์เอกชน Harvey Mudd College ก่อตั้งขึ้นในปี 2498 โรงเรียนตั้งอยู่ในแคลร์มอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเน้นไปที่การศึกษาที่แข็งแกร่ง โดยผสมผสานทั้งการสอบถามและการสอนในปริมาณที่สมเหตุสมผล นักเรียนของมหาวิทยาลัยถือว่าเป็นหนึ่งในบัณฑิตที่มีค่าที่สุดของมหาวิทยาลัยใด ๆ ในโลก

มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เป็นเวลากว่า 250 ปีที่โคลัมเบียว่าการว่าสถานที่นี้นั้นได้รับคำยกยก่องว่าเป็นสถานที่ชั้นนำ ที่พลักดันการศึกษาไอย่างมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ดึงดูดและมีส่วนร่วมกับจิตใจที่ดีที่สุดในการแสวงหาความเข้าใจของมนุษย์และการบริการต่อสังคมที่ดียิ่งขึ้น

มหาวิทยาลัยเวสเลียน มุ่งมั่นที่จะให้การศึกษาด้านศิลปศาสตร์ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือความยึดมั่นในอุดมคติที่กล้าหาญ เข้มงวด และปฏิบัติได้จริง ที่ Wesleyan คณาจารย์ที่มีชื่อเสียงทำงานอย่างใกล้ชิดกับนักเรียนและใช้ประโยชน์จากความลื่นไหลของสาขาวิชาต่างๆ สำรวจโลกด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย 

วิทยาลัย Claremont McKenna มหาวิทยาลัยแห่งนี้เขาเป็นวิทยาลัยศิลปะอย่างสม่ำเสมอ การยกย่องส่วนใหญ่เกิดจากนักวิชาการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับนโยบา ธุรกิจ และเศรษฐศาสตร์โลก พวกเขายังเสนอโปรแกรมในสาขามนุษยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติซึ่งรวมถึงสาขาวิชาสหวิทยาการที่ผิดปกติเช่นปรัชญากับกิจการสาธารณะหรือปรัชญาการเมืองกับเศรษฐศาสตร์

วิทยาลัยดาร์ตมัธ  ที่ดาร์ทเมาท์ การศึกษาไม่เหมือนใคร โดยใช้ทักษะและโอกาสในการสอนแบบตัวต่อตัวโดยการระบุ สร้าง และประยุกต์ใช้ความรู้ในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย Dartmouth ทั่วโลกปลูกฝังความรักในการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาและเสริมสร้างความมั่นใจในตัวพวกเขาเพื่อความเป็นผู้นำตลอดชีวิต

Parsons The New School for Design เป็นโรงเรียนออกแบบอันดับหนึ่งของอเมริกา  พวกเขา มอบโอกาสทางการศึกษา วัฒนธรรม และวิชาชีพที่ไม่ธรรมดาสำหรับนักเรียนที่ต้องการความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในด้านศิลปะ การออกแบบ สื่อ และเทคโนโลยี สามารถทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานในหลายสาขาวิชาและเข้าถึงสถาบันที่มีเรื่องราวของปารีส แบรนด์มรดก ประเพณีหัตถกรรม และอุตสาหกรรมบุกเบิกของปารีส

Credit : แทงบอลออนไลน์

มุมมองการศึกษา ทุกคนมองว่าผมโง่

มุมมองการศึกษา ทุกคนมองว่าผมโง่ เรียกได้ว่าหลายคนนั้น อาจจะได้เคยดูคลิปที่เป็นไวรัสการศึกษา ที่มีเด็กนักเรียน ที่ได้เข้าร่วมการตั้งคำถามกับวิทยากรในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ต้องบอกก่อนเลยว่าคลิปนี้นั้น

มีการเปิดตัวขึ้นมาคู่กับข่าวเรื่องจริงในสังคม ของเด็กคนนึงที่เกิดความเครียดในทางการศึกษาเขานั้นสอบตก 10 วิชา จนเป็นสาเหตุให้เขานั้นฆ่าตัวตาย และ ได้ทิ้งจดหมายเขียนบรรยายความในใจก่อนเสียชีวิตนั้นเอง เขานั้นมีระดับการศึกษาเพียงแค่ระดับมัธยมต้นชั้นปีที่ 1 เท่านั้นเอง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

มุมมองการศึกษา ทุกคนมองว่าผมโง่ ผิดมั้ยที่กระบองเพชร จะไม่สามารถเติบโตได้ดีในดินเหนียว

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

มุมมองการศึกษา ทุกคนมองว่าผมโง่

เรามาฟังการว่าเด็กชายคนนั้น พูดอย่างไรกับวิทยากรในวันนั้น จนเป้นสาเหตุคลิปไวรัสในโลกอินเตอร์เน็ต บอกก่อนเลยว่าคำพูดทั้งหมนั้นเป็นเอามาคัดกรองอธิบายต่อ ผ่านความเข้าใจของแอดนะคะ ไม่ใช่เป้นคำพูดที่ตรงเป๊ะกับในคลิป เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

สวัสดีครับ ผมเป้นเด็กคนนนึกที่ทุกคนในสังคมมองว่าผมโง่ เรียนไม่เก่ง ไม่มีอนาคต ด้วยความที่เลขบนห้องของผมได้บอกไว้ว่า ผมนั้นอ่อน เรียนกไม่เก่งจุงได้อยู่เลขที่ห้องนี้ เด็กห้องอื่นนั้นเก่งเพราะได้อยู่ห้องที่มีแต่คนเก่ง ๆ   

แต่เขานั้นได้พูดว่า แต่ถึงผมจะไม่มีความสามารภในด้านการเรียน แต่ผมมีทักษะ ความสามารถที่ดีในด้านอื่นนะ แต่คนส่วนมากก็ยังจะตัดสินว่า คุณนั้นก็เกรดน้อยอยู่ดี คุณยังเรียนไม่เก่ง ต้องเป็นคนไม่มีอนาคตอยู่ดี

หากเปรียบเสมือนเด็กนั้นเป็นต้นไม้ และ การศึกษานั้นเป็นดินที่อบอุ่มดูแลการเจริญเติบโตของต้นไม้ โกแต่ล่ะคนนั้นเป็นต้นไม้ในชนิดที่ต่างกัน อย่างดอกบัวที่สามารถเจริญเติบโตด้วยดินทราย

ดอกบัวนั้นถ้าจะเติบโตได้ดีควรต้องเป้นดินเหนียว ต้นข้าวนั้นดีเติบโตได้มากถึงดิน 3 ชนิด แต่ก็ยังต้องเลือกชนิดดินอยู่ดี  แล้วถ้าเด็กนั้นเป้นต้นกระบองเพชร ถามว่าเด็กนั้นผิดมากไหม ถ้าไม่สามารถเติบโตได้จากการโอบอุ่มของดินเหนียว

หากในอนาคต การศึกษาไทยนั้นยังไม่มีการปรับเปลี่ยนการที่เอาผลเกรดมาวัดระดับมาตรฐานความเป็นมนุษย์มาตรฐานการวัดศักยภาพในแต่ล่ะความถนัดของนักเรียนอนคตจะเป็นอย่างไร

คำตอบของวิทยากรในวันนั้น ได้ตอบขึ้นมาประมาณว่า คุณนั้นไม่ใช่คนโง่หรอก ในการที่คุณนั้นได้ถามขึ้นมาแบบนี้ มีความคิดแบบนี้นั้น เป็นเพียงเพราคุณนั้น ขบท เขาบอกว่าการศึกษานั้นมีมาตรฐานมีรากฐานที่ยาวนานมาแล้ว เขามีไม้บรรทัดเดียวไงที่จะเข้ามาวัดระดับการศึกษานั่นเอง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เด็กไทย เรียนหนักที่สุดในโลก

ในเด็กไทยเรานั้น เด็กไทย เรียนหนักที่สุดในโลก มีเด็กนักเรียนที่เรียนกหนักเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งยังมีชั่วโมงเรียนต่อปีม 1.200 ชั่วโมง คำถามว่า ในเมื่อประเทศไทยเรานั้นมีชั่วโมงเรียนกที่หนักหนากว่าประเทศอื่นอยู่มากมาย รายชั่วโมงเหบ่านี้ยังไม่รวมการเรียนพิเศษ

ทำไมประเทศไทยเรานั้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาเลย ไม่ว่าจะเรียนหนักกว่าประเทศอื่น พร้อมทั้งทำไมประเทศอื่นนั้นมีการพัฒนาขึ้นแทบทุกปี แต่ดูเหมือนว่าไทยเรานั้น ยิ่งทดถ่อยหลังหลงตลอดปี มีการพัฒนาที่ไม่ต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการเลื่อมล้ำทางสังคมมากมาย

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เด็กไทย เรียนหนักที่สุดในโลก แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาเลย

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เด็กไทย เรียนหนักที่สุดในโลก

เรามาดูกันว่า คะแนนรวมของประเทศฟินแลนด์นั้นมีเวลาชั่วโมงในการเรียนเพียง 600 ชั่วโมงต่อปี พร้อมทั้งกลับกลายเป็นว่ามีการศึกษาที่ดีที่สุดติดอันดับโลกในขณะที่ไทยเรานั้นมีชั่วโมงเรียนที่มากกว่าประเทศเขาถึง 1 เท่าตัว แต่กลับไม่มีประสิทธิภาพที่จะเทียบประเทศฟินแลนด์เลย

ในขณะที่ปัญหานี้นั้น เราทุกคนต่างมีขจ้อทกเถียงกันมามากมาย ไม่ว่าคนที่มองว่า เรานั้นพัฒนาการศึกษาที่รัฐบาลนั้นมีการผลักดันขึ้นมาให้ทุกปี แต่คำถามว่าสิ่งที่รัฐบาลนั้นได้ทำการผลักดันการศึกษานั้น ถูกจุดหรือไม่

พร้อมทั้งในบางพื้นที่ บางครอบครัว นั้นไม่มีกำลังทรัพย์ในการที่จะส่งเสริมให้บุตรหลานของตนเองนั้นได้มีการศึกษา ด้วยความที่จำเป้นต้องมีค่าใช้จ่ายในค่าเทอม ค่าชุดนักเรียน ค่าอาหารในการเรียนตอนช่วงพักกลางวัน

ในขณะเดียวกันกับประเทศ สวีเดิน ดิฉันนั้นมีเพื่อนที่เขานั้นได้ย้ายไปเรียนในประเทศสวีเดนเมื่อขึ้น ปี 1 หนึ่ง เขานั้นได้มีการบอกกล่าวมาว่า การใช้ชีวิตที่นั้นดีมาก ทั้งบรรยากาศทางมลภาวะ ทั้งการเรียนการศึกษา การเรียนนั้น เขานั้นได้เงินจากการที่เขานั้นไปเรียนหนังสือในทุกวันด้วย พร้อมทั้งการีเข้าเรียนนนั้นยังไม่มีค่าใช้จ่ายมากมายอีกด้วย

พร้อมทั้งเขานั้นเป็นเพียงคนไทย ที่กำลังจะเปลี่ยนสัญชาติ แต่ได้รับสวัสดิการที่ถือว่าดีมาก เงินตรา อัตราการจ้างงานนั้นก็มีมากกว่าไทย ในขณะที่ประเทศไทยนั้นมีค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท อัตราการใช้ชีวิตในโรงเรียน ค่าอาหาร 30 บาทขั้นต่ำ  ค่าน้ำ 10-20 บาท ค่าเดินทางไปกลับ

ถ้าเป็นรถเมย์ อยู่ที่ประมาน 20-30 บาท จะเห็นค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ล่ะวันนั้นไม่เพียงพอต่อ ค่าใช้จ่าย นี่เป็นเพียงแค่ค่าใช้จ่ายของเด็นนักเรียนที่ไม่มีรายได้ แล้ว

ผู้ปกครองบางคนมีลุกมากกว่า 1 คน แต่มีรายได้เพียง 300 บาท / วัน คำถามคือ มันเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของลูกมั้ย ไหนจะค่าเรียน ค่าชุด ค่าเทอม ค่าเดินทาง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เหตุผลอะไรบ้างที่ฟินแลนด์ได้ถูกยกย่องให้เป็นระบบการศึกษาที่ดี

เหตุผลอะไรบ้างที่ฟินแลนด์ได้ถูกยกย่องให้เป็นระบบการศึกษาที่ดี ประเทศแห่งนี้นั้นมีชื่อเสียงในการพัฒนาที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เด็ก ๆ ในประเทศของเขานั้นยังมีคุณภาพตามไปอีกด้วย

นั่นคือ ฟรี เมื่อได้ยินถึงคำนี้ เป็นคำที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็ชอบ และ ในฟินแลนด์นั้นก็ได้มีการบริการ สิ่งของเครื่องใช้ ค่าใช้จ่ายในการเรียน ค่าเทอม สวัสดิการรถรับส่ง ทุกอย่างที่พูดมานั้น ทางรัฐบาลนั้นเขาทุ่มให้การศึกษาโดยผู้ปกครอง หรือ ตัวเด็กเองนั้นไม่ต้องเสียเงินอะไรเลย ฟรีทุกอย่าง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เหตุผลอะไรบ้างที่ฟินแลนด์ได้ถูกยกย่องให้เป็นระบบการศึกษาที่ดี

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เหตุผลอะไรบ้างที่ฟินแลนด์ได้ถูกยกย่องให้เป็นระบบการศึกษาที่ดี

อย่างที่เรานั้นได้อ่านกันมาเบื้องต้นถึง ค่าใช้จ่ายในการศึกษาที่ดี เป้นตัวช่วยการผลักดันการศึกษาของเด็ก พร้อมทั้งรัฐบาลนั้นยังทุ่มทุนกับการศึกษาที่เรียกได้ว่า ไม่อั้นเลยทีเดียว ในขณะที่รัฐบาลไทย อืม ….. ไม่พูดดีกว่าค่ะ

อย่างที่สอง อิสระ ความที่เขานั้นได้มีการปลดปล่อยให้เด็กนั้นได้เลือกเรียนตามใจ ไม่ว่าจะในส่วนของความชอบ หรือ ความสามารถของตน เป็น ความคิดที่ว่า เมื่อเรานั้นเกิดความรัก หรือ ความชอบในสิ่งใดแล้ว เรามักจะทำสิ่งนั้นได้ออกมาดีเสมอ มีแรงพลักดันด้วยตนเอง ที่จะอยากใฝ่เรียนใฝ่รู้ในสิ่งนั้น ๆ มากยิ่งขึ้น

ไม่มีการตัดเกรด ฟังไม่ผิดค่ะ เพราะ ในประเทศเขานั้น มองว่าการศึกษานั้นเป็นสถานที่ของการเรียนรู้ การพัฒนาแต่ล่ะบุคคล ไม่ใช่การแข่งขัน  ไม่ใช่การที่จะมากดดันเด็ก ๆ ว่าต้องได้ที่ 1 นะ ต้องได้เกรด 4 นะ

ประเทศเขานั้นจะไม่เอากฎเกณฑ์พวกนี้เข้ามาวัดระดับวัยที่กำลังค้นหาตัวเอง จนกว่าเด็ก ๆ นั้นจะขึ้น ป.3 พร้อมทั้งยังไม่มีการให้เกรดเฉลี่ยนนั้นเข้ามาเป็นการแบ่งแยกให้แก่เด็ก และ สร้างความอับอายให้แก่เด็กนักเรียน

พร้อมทั้ง ใส่ชุดอะไรมาเรียนก็ได้ โดยโรงเรียนของเขานั้น ไม่มีเครื่องแบบในการศึกษา จึงทำให้เด็กนักเรียนนั้น สามารถใส่ชุดอะไรมาเรียนหนังสือก็ได้ และ ยังสามารถใส่ได้ยันชุดนอน พร้อมทั้งเด็กนักเรียนนั้นจะไม่มีที่ประจำโต๊ะของตนเอง เด็กทุกคนสามารถเลือกนั้งตรงไหนก็ได้ของห้องเรียน  บางทีอาจจะได้ออกไปนั้งเรียนข้างนอกห้อง รับบรรยากาศที่ดีของธรรมชาติอีกด้วย

พร้อมทั้งยังมีการบ้านน้อย ในประเทศเขานั้นคิดว่า เด็ก ๆ นั้นควรใช้เวลากับครอบครัว มากกว่าการทำการลบ้านใหเวลาเลิกเรียน แต่ถ้าหากจะมีการบ้านนั้นก็เป็นการบ้านที่สนุก สนาน เช่นการบ้าน สอบถามเรื่องราวในสมัยก่อนกับคุณยาย ทำให้เด็กได้เกิดการจดจำและเรียนรู้ด้วยตนเอง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

การศึกษาที่ดีนั้นควรจะเป็นอย่างไร

วันนี้เราจะมาดู การศึกษาที่ดีนั้นควรจะเป็นอย่างไร  เมื่อพูดถึงระบบการศึกษานั้น ทุกคนต่างรู้ดีกันอยู่แล้วว่า ประเทศฟินแลนด์ ที่มีการวัดจัดอันดับผลระดับโลกที่ได้อยู่ในอับดับต้น ๆ ของโลก

พร้อมทั้งยังเป็นประเทศที่ทุกคนนั้นจับตามองว่า สถานที่แห่งนี้นั้นมีระบบการเรียนการสอนอย่างไร จึงทำให้เขานั้นได้เป็นถึงอันดับต้น ๆ ของโลก เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทยเรานั้นแล้ว จะสามารถมีการปรับเปรียบอะไรได้บ้างเพื่อเป็นการยกระดับการศึกษาที่ปรับตัวให้ทันโลกในยุคสมัยนี้นั้นเอง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

การศึกษาที่ดีนั้นควรจะเป็นอย่างไร ให้ทันโลกในยุคสมัยนี้นั้นเอง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

การศึกษาที่ดีนั้นควรจะเป็นอย่างไร

วันนี้เรามาฟังประสบการณ์ของนักเรียน ที่ได้เข้ามาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของไทยในประเทศฟินแลนด์กัน พร้อมทั้งประเทศฟินเลนด์นั้น มีการเรียนรู้ที่มีการเรียนรู้มากกว่า 1 ภาษา จึงทำให้เขานั้นมีนักเรียนที่มีประสิทธิภาพพูดได้หลากลหายภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาสวีดิส ในประเทศสวีเดน

ภาษาฝรั่งเศส และ อีกมากมาย อันเนื่องมากจาก เรื่องราวสงครามในอดีต ที่ทำการส่งผลกระทบด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการที่มีภูมิประเทศที่ติดกับประเทศอื่นมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากที่ครั้งสงครามโลกนั้นได้ถูก ตกไปเป็นเมืองขึ้น นั่นเอง ทำให้ประเทศของเขานั้นมองว่าการศึกษานั่น เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ที่มีการเข้ามาพัฒนามนุษย์ พร้อมทั้งยังมีการพลักดันอย่างเต็มที่ และ มีการมองว่า การเรียนรู้ที่ดีอีกอย่างนึงของเด็กนั้น เริ่มต้นจากคุณแม่

พร้อมทั้งยังมีสวัสดิการที่ดีมาก คือ สวัสดิการของทางรัฐที่จะได้มีการเข้ามาดูแลทั้งคุณพ่อ และ คุณแม่หลังคลอด 8 เดือน ทั้งคู่จะได้รับสวัสดิการ การลาหยุด เพื่อที่จะออกมาเลี้ยงลูกได้อย่างเต็มที่ โดยที่ได้รับเงินเดือนเต็มแม้ไม่ต้องทำงาน เพื่อให้เขานั้นได้มีการดูแลบุตรได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

พร้อมทั้งการปกครองฟินแลนด์นั้นมีการจัดการที่กว้าง และ กระจายทั่วไป อย่างไม่มีจุดศุนย์กลางใหญ่ จึงทำให้มีการูแลของทางรัฐถึงบาล อย่างเช่นพยาบาลนั้นจะเข้ามาดูแลให้ว่า ที่บ้านของคุณนั้นมีสถานที่ มีพื้นที่เพียงพอมั้ย และ มีการกินอาหารที่เหมาะสมแก่วัยหรือไม่

สิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสวัสดิการของทางรัฐบาลประเทศฟินแลนด์ ที่เป็นสวัสดิการที่คำนึงถึงความเป็นมนุษย์ของความเป็นคน และ คำนึงถึงการพัฒนาของเด็กอย่างถึงที่สุด มีความเห็นคุณค่า และ มีการดูแลอย่างเข้าถึงไม่ว่าจะเป็นคนในประเทศเอง หรือ จะเป็นคนที่อพยพมาจากประเทศอื่น มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

มุมมองระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์

ปัญหาการศึกษาของบ้านเรานั้นได้มีปัญหาอย่างมาก พร้อมทั้ง มุมมองระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ มีหนึ่งในประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก นั่นคือ ประเทศฟิลเลนด์ โดยระบบการศึกษาในฟินแลนด์นั้นมีระบบอย่างไร พร้อมทั้งเรานั้นจะสามารถทำระบบการศึกษาของประเทศเขามาพัฒนาต่อประเทศของเราได้หรือไม่

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก มุมมองระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ กันอย่างคร่าว ๆ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

มุมมองระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์

นี่คือความคิดเห็นในระบบการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ โดยผู้ที่มีอำนาจบริหารของประเทศฟินแลนด์ เขานั้นได้มองว่าการศึกษานั้นมีความสำคัญอย่างมกา แต่ก่อนประเทศของเขานั้นก็เป็นประเทศที่ไม่ได้มีการศึกษาสูงแต่อย่างใด พร้อมทั้งในช่วง 1960-1970 เขานั้นได้มองเห็นถึงความแตกต่างของชนชั้นเป็นจำนวนเยอะมาก

แต่ในปัจจุบันนี้นั้น ทางประเทศฟินแลนดืเขาได้จัดระเบียบการศึกษาที่เรียกได้ว่า เป็นการผลันดัน เด็กนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะฐานะไหนก็ตาม จะคนที่มีเงิน หรือ คนที่ไม่มีเงิน ก็สามารถ เข้าเรียนในโรงเรียนได้อย่างเท่าเทียวกัน โดยในประเทศของเขานั้นไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าเรียนแต่อย่างใด ทั้งระบบการศึกษาที่กว้างขวาง เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เลยนั่นเอง

และการพัฒนาครั้งนี้นั้น ก็ทำให้เขานั้นได้เล็งเห็นถึงความเท่าเทียมกันในสังคม ไม่มีการแบ่งแยก สร้างความเลื้อมล้ำให้สังคมเลย พร้อมทั้งพ่อและแม่ นั้นเขายังได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของลูก ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย พร้อมทั้งยังคิดว่าการที่พ่อแม่นั้นส่งเสริมให้ลุก ๆ นั้นได้เรียนหนังสอ ได้หาความรู้เพื่อตนเองนั้น เด็กนั้นย่อมมีแรงผลักดัน และ มีความมั่นใจในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

โดยประเทศของเขานั้นได้มองว่าเด็กนั้นเป็นสิ่งที่ล้ำค่า เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ ในเด็กทุกคน แต่บางประเทศนั้น พวกเขากับลงทุนในเรื่องของการศึกษาแต่กับเพียงเด็กมีเกรดที่ดีในการเรียน หรือ พวกเขามักจะลงทุนกับเด็กที่เรียนเก่งเท่านั้น พวกเขามองว่า นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ทุกคนนั้นก็ควรได้รับการศึกษาที่ดีอย่างทั่วถึง ไม่ใช่แค่เด็กที่มีความฉลาด และ เก่งอย่างเดียว

ในประเทศเขานั้นมีสวัสดิการให้เด้กนักเรียนทุกคน พร้อมทั้งยังไม่ต้องกังวลถึงปัญหาในการเจ็บป่วย หรือ เราเข้าเรียนเลย พร้อมทั้งประเทศเขานั้นไม่ว่าจะมาจากประเทศไหน ก็ได้สิทธิเท่าเทียวกับเด็กประเทศของเขาทั้งหมด

พร้อมท้งทางโรงเรียนนั้นก็ได้มีคำถามว่าเรานั้น ต้องการที่จะเรียนในเรื่องของอะไร ความชอบของเราเป็นอย่างไร พร้อมทั้งยังมีคำถามให้เรานั้นได้เลือกว่าเรานั้นต้องการที่จะเรียนแบบไหน เป็นประเทศที่เปิดกว้าง และ ให้ความใส่ใจแก่เด็กจริง ๆ ค่ะ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

การศึกษาของประเทศไทยนั้นอยู่จุดไหนของเวทีโลก

การจัดอันดับมหาวิทลัยชั้นนำของโลก การศึกษาของประเทศไทยนั้นอยู่จุดไหนของเวทีโลก การจัดอับดับมหาวิทยาลัยของโลกนี้ก็มีตัวชี้วัดมาจาก การเรียน การสอน การวิจัย การอ้างอิงผลงานวิชาการทางด้านอุตสหกรรม และ ความเป็นนานาชาติ สำหรับปี 2021 การศึกษาของประเทศไทยนั้นอยู่จุดไหนของเวทีโลก โดยเรื่องนี้นั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญ และ เป็นเรื่องที่น่าสนใจกันเป็นอย่างมาก

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

การศึกษาของประเทศไทยนั้นอยู่จุดไหนของเวทีโลก

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

การศึกษาของประเทศไทยนั้นอยู่จุดไหนของเวทีโลก

อยู่อันดับที่ 601-800 แสดงให้เห็นว่ามหาลัยที่ประเทศอื่นนั้นมีการให้ความสนใจ และ ผลักดันในเรื่องการเรียนการศึกษาอย่างเข่งขัด อย่างประเทศไทยเรานั้น ตัวเลขของจำนวนชั้นประฐมศึกษาปีที่ 1 -6 20,000 กว่าคนอ่านหนังสือไม่ออก  นักเรียนในกทม . ทั้งหลายนั้นมีจำนวน 173,837 คน แต่มี 23,015 คน ที่อ่านหนังสือไม่ออก

ต้องบอกเลยว่าการศึกษาไทยนั้นมีความล้าหลังเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป้นผลสำรวจของ กทม.ที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งที่เป็นการศึกษาของเด็กในเมือง แล้วแบบนี้เด็กในชนบทนั้นจะมีการศึกษาที่ล้าหลังมากกว่านี้มั้ย

นักวิชาการมากมายมีการเสนอการเรียนการสอนนั้นไว้มากมาย แต่ กระทรวงศึกษานั้นก็ไม่มีการนำไปปฏิบัติตาม ปกติแล้วการศึกษาในต่างประเทศนั้น อย่างเช่นในประเทศ สิงคโปร นั้นแต่ก่อนเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่มีความล้าหลัง แต่ในขณะนี้สิงคโปรนั้นได้มีการจัดระบบ และ พัฒนาอย่างรวเร็ว จนปัจจุบันนี้นั้นเด็ก ๆ ของประเทศเขานั้นมีความเก่งขึ้นแท่นระดับโลกแล้ว

ปัญกาคือ ความรู้ของเด้กในชนบทนั้นล้าหลงักว่าในเมือง 3 ปี นโยบายการศึกษาไม่ต่อเนื่อง ระบบการศึกษามีระเบียบมากเกินไป ไม่เน้นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง คิดแยกแยะด้วยเหตุผล แต่เน้นการท่องจำ เน้นการแข่งขันเป็นส่วนใหญ่ไม่มีปรัชญาในการศึกษา กระทรวงการศึกษาไม่ให้ความใส่ใจ ในการที่นักวิชาการมากมายได้นำเสนอการเรียนการสอนรูปแบบใหม่

40 ปีที่แล้วประเทศสิงค์โปรนั้น เป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ ล้าหลังกว่าเรามาก แต่ ใช้เวลาเพียงไม่นาน ปัจจุบันนี้สิงคโปรนั้นยังได้มีการพัฒนาการศึกษาขึ้นไปอีก ถ้าเทียบกับประเทศไทยแล้ว รัฐบาลนั้นไม่ได้มีความใส่ใจ และ ให้ความสำคัญในเรื่องของการเรียนเท่าที่ควร มีแต่การส่งเสริมการเรียนที่มีความล้าหลัง ไม่ปรับใช้ต่อเด็กในยุคปัจจุบันเลย

พร้อมทั้งตัดภาพมาที่ประเทศไทยนั้นยังมีความล้าหลังไม่มากรพัฒนาแต่อย่างใด ทั้งที่ใช้เวลามานานมากแล้ว แต่ไทยนั้นก็ยังเป็นประเทศที่ด้อยในเรื่องของการศึกษาอยู่  

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

โรงเรียนฟินแลนด์ บรรยากาศการเรียนการสอน

วันนี้เราจะพาทุกคนนั้นมาดูการเรียนการสอน ที่ โรงเรียนฟินแลนด์ บรรยากาศการเรียนการสอน ถึงแม้จะเป็นโรเงรียนขนาดเล็ก ในชุมชนที่ไม่ใหญ่มากนัก แต่นักเรียนทุกคนต่างได้เรียนในสิ่งที่ตนเองนั้นต้องการ และ การเรียนการสอนนั้นเต็มไม่ด้วยความสุขที่อยากจะเรียนรู้ ในเมื่อตัวเด็กเองนั้นมีความชอบในด้านใด ล้วนแล้วแต่ก็มีความชอบที่อยากจะเรียนในด้านสิ่งนั้นโดยเฉพาะ และนี่จึงเป็นสาเหตุให้ฟินแลนด์นั้นได้รับรางวัลที่เป็นประเทศที่มีการเรียนการสอนที่มีคุณภาพนั่นเอง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

โรงเรียนฟินแลนด์ บรรยากาศการเรียนการสอน เป็นประเทศที่มีการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

โรงเรียนฟินแลนด์ บรรยากาศการเรียนการสอน

ในการเรียนการสอนนั้น ในการเรียนนั้นต่อชั่วโมงเรียนเพียง 40 นาที และ เวลาพัก 20 นาที เขาเชื่อกันว่าเมือ่สมองเด็กนักเรียนนั้นมีการใช้เวลาในการเรียน ใช้สมอง 40 นาที นั้นต้องมีเวลาพักสมอง

ให้เกิดความผ่อนคลายแก่นักเรียนเองด้วย ในแต่ล่ะวิชานั้น มีเวลาในการเรียนที่ไม่แน่นอน แล้วแต่เวลาที่นักเรียน และ คุณครูนั้นเห็นว่าดี และ เหมาะสม มีความหยืดหยุ่นกันได้ตามที่ทุกคนเห็นว่าดี

บรรยากาศในห้องเรียนนั้นมีรูปลักษณ์ในการเปิดกว้าง และ ทุกคนนั้นต่างไม่แข้งขันกันเอง แต่ได้ความแข็งขันกับตัวเอง ได้มีบรรยากาศที่ดี ไม่มีมาตรที่จะต้องแข็งขันกับใครเลย

นั่นบ่งบอกถึงความเป็นประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี และ มองเห็นนักเรียนเป็นจุดศูนย์กลางจริง ๆ และ เด็กนักเรียนจะสามารถออกความคิกเห็น หรือ กล้าที่จะพูดได้เสมอว่าตนเองนั้นไม่เข้าใจเรื่องตรงไหน ในการเรียน โดยคุณครูนั้นจะไม่ดุ และ ยินดีที่จะอธิบายให้นักเรียนนั้นเข้าใจ ในสิ่งที่สงสัยนั่นเอง

แม้ว่าเด็กนักเรียนนั้นจะไม่ต้องแข็งขันกันเอง แต่คุณครูนั้นก็มีความกดดัน และ มีมารตรฐานที่ดีในการสอนเช่นกัน  ในส่วนของคุณครูนั้น มีมารตฐานการสอนตามรัฐบาลกลาง

มีการสำรวจ ว่านักเรียนกลุ่มไหนต้องการกิจกรรมในรูปแบบใด และ ต้องการเรียนในเรื่องอะไรนั่นเอง และ ที่นี่ก็ไม่มีการประเมิณนักเรียน ประเมิณคุณครูอีกด้วย

พวกนักเรียนมีสิทธิของตัวเอง แต่เมื่อถึงเวลาเรียน พวกเขานั้นมักจะรู้ตนเองเสมอ โดยที่ไม่ต้องสั่งให้เก็ยโทรศัพธ์ เด็กนักเรียนทุกคนนั้นจะตั้งใจเรียน และ อยากที่จะเก็บเกี่ยวความรู้เพื่อตนเองให้ได้มากที่สุด นี่เป็นความรับผิดชอบที่นักเรียนในโรงเรียนที่ประเทศฟินแลนด์นั้นได้ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กนั่นเอง

พร้อมทื้งบางสิ่งบางอย่าง บางกิจกรรมนักเรียนนั้นก็อยากที่จะทำมันอย่างจริงจังด้วย โดยการที่มีเวลาพักมาก ๆ กว่าประเทศไทยเรานั้นจึงไม่ใช่ปัญหาที่นักเรียนจะละเลยหน้าที่ของตนเองแต่เพียงอย่างใด แต่เป็นเพียงการให้นักเรียนทุกคนนั้นพักสมิง พักผ่อนจิตใจ ไม่เครียดจนเกินไปนั่นเอง แถมยังมีคุณภาพอีกด้วย

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *